วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บทที่ 12
ทฤษฏีกระแสเมช





ทฤษฏีกระแสเมช เรียกว่า เมชเคอร์เรนท์ (Mesh Current Theores) เป็นการประยุกต์กฏของเคอร์ชอฟฟ์มาเช้แก้ปัญหาให้สะดวกในการแก้ปัญหาโจทย์วงจรไฟฟ้าที่มีความ ยุ่งยาก ซับซ้อน บางครั้งเมื่อนำกฏของเคอร์ชอฟฟ์มาใช้อาจทำให้ ยุ่งยากสับสนและเสียเวลา ดังนั้นนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ  เจมส์  คลาก  แมกซ์เวลล์  จึงคิดวิธีการแก้ปัญหาวงจรดังกล่าวให้รวดเร็วขึ้น  โดยสมมติ ให้มีกระแสไฟฟ้าไหลวนอยู่ในวงจรปิด  ซึ่งแบ่งแยกเป็นวงจรย่อยๆ  และถือว่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลวนอยู่ในวงจรปิดต่างๆ ต่างเป็นอิสระต่อกัน   ส่วนการกำหนดทิศทางของกระแสที่ไหลในวงจรปิดแต่ละวงจรจะให้ไหลไปทางไหนก็ได้

















เขียนสมการในแต่ละ Loop โดยใช้กฎแรงดันของเคอร์ชอฟฟ์ในการพิจารณา จะได้
             Loop1 ใช้เมชเคอร์เรนท์ เป็นหลักในการเขียนสมการ จะได้
             
             จัดเรียงใหม่จะได้
             Loop 2 ใช้เมชเคอร์เรนท์ เป็นหลักในการเขียนสมการ จะได้

             

             จัดเรียงใหม่จะได้
             นำสมการที่ (1) และ (2) มาแก้สมการ หาค่าของ และ 















จากรูปเห็นว่า เมื่อคำนวณหาค่ากระแสไฟฟ้า ไหลวน ออกมาแล้ว จะได้กระแสไฟฟ้าในทันทีเพราะกระแสไฟฟ้า ก็คือกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานนั่นเองโดยไม่จำเป็นต้องคำนวณหาค่าของกระแสไฟฟ้า ซึ่ งการสมมติ กระแสไฟฟ้าไหลลวนแบบนี้ จะช่วยตอนในการแก้ปัญหา






จัดเรียงใหม่จะได้
            ใช้เมชเคอร์เรนท์ เป็นหลักในการเขียนสมการ จะได้

             

             จัดเรียงใหม่จะได้
             นำสมการที่ (1) และ (2) มาแก้สมการ หาค่าของ และ 












ธีทำ จากรูปที่ 1-4 b เขียนสมการโดยใช้กฎแรงดันไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ จะได้



















บทที่13
วิธีแรงดันโนด




จุดประสงค์การเรียนรู้

 เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจ หลักการของโนดโวลท์เตจและสามารถคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ต่างๆในวงจรไฟฟ้าที่กำหนดให้ได้เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจ หลักการของ Super Node และสามารถคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ต่างๆในวงจรไฟฟ้าที่กำหนดให้ได้




โนด คือ จุดต่อต่างๆ ในวงจรไฟฟ้าที่มีสาขาของวงจรต่ออยู่ตั้งแต่ 2 สาขาขึ้นไป 


    โนดหลัก(Principle node) คือ จุดต่อต่างๆ ในวงจรไฟฟ้าที่มีสาขาของวงจรมาอยู่ ตั้งแต่ 3 สาขาขึ้นไป



โนดเปรียบเทียบ (Reference node) คือโนดหลักที่สมมุติให้แรงเคลื่อนประจําโนดนั้นเป็น 0V 
เพื่อใช้เปรียบเทียบแรงเคลื่อนกับโนดอื่นๆในวงจร หรือ อาจเรียกว่า โนดดิน(Ground node)หรือ โนดที่
กําหนดให้(Datum node) ในการเลือกโนดหลักเพื่อให้เป็นโนดเปรียบเทียบนั้น ควรเลือกจากโนดที่มีสาขา
ของวงจรมาต่อมากที่สุด ซึ่งจากรูปด้านบน โนดเปรียบเทียบควรเป็น โนด E
 แรงเคลื่อนโนด คือแรงเคลื่อนที่วัดเปรียบเทียบ ระหว่างโนดหลักกับโนดเปรียบเทียบ เช่น VB หรือ 
VBE เราวัดแรงเคลื่อนระหว่าง โนด B กับ โนด E และ VC หรือ VCE วัดแรงเคลื่อนระหว่างโนด C กับ E
 จํานวนสมการ = จํานวนโนดหลักทั้งหมดรวมทั้งโนดเปรียบเทียบ – 1 
 จากรูปด้านบน 
 จํานวนสมการ E = N – 1 
 = 3 – 1 
 = 2 
ลําดับขั้นการแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าด้วยโนดโวลต์เตจ













                        I1 + I2 + I3     =        0

     I1       =               =        
     I2       =               =        
     I3       =               =        
     แทนค่ากระแสในสมการ
 +  +      =        0       

เอา  4  คูณตลอด                   2VA – 12 + VA – 4 + 2VA       =        0
                                      5 V - 16       =        0
                                                VA       =        
                                                          =        3.2      โวลท์
แทนค่า VA  จะได้         I1       =                  =        - 1.4    แอมแปร์
                             I2       =                =        - 0.2    แอมแปร์
                             I3       =                =          1.6    แอมแปร์







































วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Access Point หมายถึง อุปกรณ์จุดเข้าใช้งานเครือข่ายไร้สาย ทําหน้าที่รองรับการเชื่อมโยงจากเครื่อง
ลูกข่าย เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกับ switching hub ของระบบเครือข่ายปกติครับ โดย access
Point ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลทางคลื่นความถี่กับ Wireless Card ซึ่งติดตั้งบนเครื่องของผู้ใช้แต่ละคน

Access Point หรือเรียกกันสั้นๆ ว่าAP (เอ-พี) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น ?จุดกระจาย และเชื่อมต่อสัญญาณไร้
สาย เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายทุกชนิด (ที่ทำงานภายใต้มาตรฐานของ IEEE802.11) เข้าด้วยกัน นอก
จากจะทำหน้าที่เป็น Access Point แล้ว AP ที่ดียังสามารถทำหน้าที่อื่นๆ เพื่อช่วยให้ระบบเครือข่ายไร้
สายตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างถึงขีดสุด หน้าที่ต่างๆ ของ AP ที่ดี ที่จะช่วยสร้างระบบเครือ
ข่ายไร้สายของคุณให้ทรงประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง

ซึ่ง AP นั้นก็มีอยู่หลายโหมดด้วยกันน่ะครับคือ
1.   Access Point Mode  ซึ่งเป็นหน้าที่หลักโดยกำเนิดของ AP ทุกตัวและเป็นที่มาของชื่อเรียกของเจ้า
อุปกรณ์ตัวนี้ AP ที่ทำหน้าที่เป็น Access Point จะว่าไปแล้วก็เปรียบเสมือนสวิตซ์ในการสร้างระบบเครือ
ข่ายผ่านสาย (ไม่ว่าจะเป็นสาย UTP หรือสาย Fiber Optic) โดย AP จะทำหน้าที่ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง
อุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับรับระบบเครือข่ายไร้สายเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Computer, Print Server, Camera
หรือ อุปกรณ์พกพาต่างๆ (Smart Phone /PDA) เพื่อให้ใช้ทรัพยากรในวงแลนรวมกัน ทั้งซอฟท์แวร์ อาทิ
แชร์ไฟล์ แชร์โปรแกรม แชร์อินเตอร์เน็ต หรือ ฮาร์ดแวร์ อาทิ การแชร์ Printer เป็นต้น Access Point Mode
นี้จึงเป็นหัวใจหลักของการสร้างระบบเครือข่ายไร้สาย ที่ต้องการจะเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายเข้าด้วยกัน และ
เป็นเพียงโหมดเดียวที่ให้เครื่องลูกข่าย เชื่อมโยงเข้ากับ Access Point ได้ นอกจากนั้นจะเป็นการเชื่อมกัน
ระหว่าง Access Point ด้วยกันเอง

2.   Client Mode (AP Station / AP Client) ใน Mode นี้ AP จะทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกันกับ Wireless
Card (หรือ Wireless Adapter อื่นๆ) คือทำหน้าที่เป็นตัวลูกข่าย และเชื่อมต่อผ่านทางสัญญาณไร้สายกับ
AP เท่านั้น โดยจะไม่สามารถกระจายสัญญาณไร้สายไปยังอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ ได้อีก การใช้งานใน Mode นี้
เหมาะสำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับStation ที่ไม่พร้อมสำหรับการใช้งานไร้สาย แต่พร้อมสำหรับการ
เป็นส่วนหนึ่งในวง LAN เช่น เครื่องชั่งน้ำหนักและพิมพ์ Label ในศูนย์การค้า (โดยเฉพาะในแผนกผักผลไม้)
ที่ใช้ดึงข้อมูลจาก Database แล้วคำนวณออกมาเป็นราคาสินค้า โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ ดังกล่าวกับ
ระบบฐานข้อมูลด้วยสายซึ่งเกะกะ หรือตั้งอยู่ในจุดที่ไม่สะดวกในการติดตั้งสายหรือจะใช้ AP ใน Mode นี้
สำหรับการเชื่อมต่อวงแลน 2 วงที่อยู่ห่างกัน เข้าด้วยกัน หรือจะใช้กับเครื่อง Macintosh ที่ไม่ต้องการซื้อ
Wireless Card ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงมาใช้งาน โดยสามารถนำ AP มาใช้งานแทนได้

3.   Repeater Mode ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทำหน้าที่เป็น Repeater ก็คือการทำหน้าที่ รับสัญญาณไร้สาย
มาเพื่อ กระจายต่อ โดยระบบเครือข่ายสำหรับการเชื่อมต่อในลักษณะนี้ต้องอยู่ในวงแลนเดียวกันเท่านั้น
ไม่ใช่การสร้างหรือการเพิ่มวงแลนแต่อย่างใด และ AP ที่ ทำหน้าที่เป็น Repeater จะต้องอยู่ในรัศมีของ
สัญญาณจาก Access Point การเชื่อมต่อใน Repeater Mode นั้น จะสามารถสร้าง Hop ได้ทั้งหมด 8 Hop
(1 AP + 8 Repeater) โดยแต่ละ Hop ที่เกิดขึ้น จะทำให้สัญญาณเครือข่ายไร้สายช้าลงตามความหน่วง
และตามสภาวะแวดล้อม และหากเกิด Network Down จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไล่ตรวจสอบ AP ทีละตัว
ทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการดูแลระบบเครือข่ายไร้สาย นอกจากนี้ การใช้ Repeater จะทำให้การเชื่อมต่อ
กับเครื่องลูกข่ายทั้งหมดไปรวมอยู่ที่ Access Point ซึ่งต้อง Load งานหนักและอาจจะพาลแฮงค์ ไปทั้ง
ระบบเลยก็ได้ การตั้งค่า AP ด้วย Repeater Mode จึงเหมาะสำหรับการแก้ไขระบบเครือข่ายที่ได้รับการ
ออกแบบมาผิด เนื่องจากไม่ถูกสำรวจความต้องการใช้งานให้ดีก่อนที่จะสร้างระบบเครือข่าย หรือใช้สำหรับ
กระจายสัญญาณไปยังจุดอับสัญญาณจริงๆ เนื่องด้วยรูปแบบของสถานที่ใช้งาน เช่น ตามซอกหลืบของ
อาคาร การใช้งาน Repeater Mode นั้นค่อนข้างจะเป็นการฝืนธรรมชาติของการใช้งานระบบเครือข่ายไร้
สายแบบปกติชาวโลกใช้กัน จึงควรใช้สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าจะใช้เป็นทางเลือกหลักใน
การวางระบบเครือข่ายไร้สายที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

4.   Bridge Mode (WDA : Wireless Distribution Architecture / WDS: Wireless Distribution System)
สำหรับใน Mode นี้ AP จะทำหน้าที่เหมือนเป็นสะพาน เชื่อมระหว่างวงแลนเข้าหากัน จะเรียกง่ายๆ ก็คือ
Bridge Mode ทำให้วงแลน 2 วง ที่ต่างคนต่างทำงานกันเป็นปกติอยู่แล้ว สามารถเชื่อมต่อเข้าหากันได้
และต่างก็สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของอีกวง แลนหนึ่งได้ (แตกต่างจาก Client Mode ตรงนี้ Client Mode
จะไม่สามารถเชื่อมต่อไปยัง อุปกรณ์ไร้สายเครื่องอื่นๆ ได้ แต่ใน Bridge Mode นี้ทำได้) การเชื่อมต่อใน
ลักษณะ Bridge Mode ทำได้ ทั้งแบบ Point to Point (PtP) คือเชื่อมระหว่างวงแลน 2 วงเข้าด้วยกัน
และการเชื่อมต่อแบบ Point to Multi-Point (PtMP) นั่นก็คือสามารถเชื่อมต่อวงแลนมากกว่า 2วงแต่สูงสุด
ไม่ควรจะเกิน 7 Bridge เนื่องจาก จะทำให้การเชื่อมต่อช้าลงเนื่องจากความหน่วง (เช่นเดียวกันกับ
Repeater Mode) ไม่ใช่ AP ทุกตัวที่จะสามารถทำงานได้ครบ ทั้ง 4 Mode ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือก
AP ตัวใด ควรสอบถามจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้ แน่ใจก่อนว่า AP ที่คุณซื้อนั้นสามารถใช้งานใน Mode
ที่คุณต้องการได้ เพื่อให้การจ่ายเงิน ของคุณเกิดประโยชน0สูงสุด ที่สำคัญ AP ในแต่ละ Mode ล้วนแล้ว
แต่มีวัตถุประสงค์ในการ ใช้งานที่แตกต่างกันไป จะเลือกใช้ Mode ใด ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ และลักษณะ
ของระบบเครือข่ายที่คุณต้องการ ดังนั้นก่อนที่จะสร้างระบบเครือข่าย สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาความต้องการ
ให้ดี เพื่อที่จะได้ออกแบบระบบเครือข่ายที่รองรับการทำงานของคุณอย่างแท้จริง

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

การเชื่อมต่อโน๊ตบุ๊ค2เครื่องแบบไร้สาย





ให้ double click ที่ icon นั้น หน้าต่างนี้ก็จะโผล่ขึ้นมาครับ ให้คลิ๊กปุ่ม Advanced ครับ




ต่อมาเราจะทำการเพิ่ม Network ของเราครับ คลิ๊กที่ปุ่ม Add ได้เลยครับ




ในหน้านี้ก็ให้เราใส่ SSID และ Network Key ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่า SSID และ WEB คืออะไร

SSID คือชื่อของ Network ที่เราตั้งขึ้นมาเอง โดยที่ทุกๆเครื่องในระบบต้องตั้งค่า SSID ค่าเดียวกัน โดยส่วนมากเมื่อเราซื้อ Wireless Access Point มาใหม่ๆ จะมีการตั้งค่า SSID ไว้แล้ว แต่เราควรที่จะเปลี่ยนชื่อ SSID ในทันทีที่ติดตั้ง การตั้งชื่อ SSID นั้นต้องไม่เกิน 32 ตัวอักษร และ ตัวใหญ่ตัวเล็กก็มีค่าต่างกันด้วย เช่น TonyNetwork กับ tonyNetwork ถือว่าเป็นคนละ SSID กันครับ

WEP (Wired Equivalent Privacy) เป็นรูปแบบการเข้ารหัสแบบพื้นฐาน โดยใช้ Network key ที่คุณป้อนเข้าไปในการเข้ารหัส ดังนั้นถ้าทั้ง 2 เครื่องป้อน Network key ไม่ตรงกัน จะไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ครับ




เอาล่ะ มาป้อนค่า SSID และ Network key กันครับ ถ้าคุณไม่เอาเครื่องหมายถูกตรงหน้า The key ... ออก ก็จะไม่สามารถป้อน Network key ได้นะครับ เสร็จแล้วก็คลิ๊ก OK ครับ




อั่นแน่...เห็น Network ของเราแล้ว แต่ยังมี x สีแดง แสดงว่ายังใช้ไม่ได้ครับ ต่อไปให้คลิ๊ก Advanced ครับ




ในหน้านี้ ให้เลือก Computer-to-computer (ad hoc) networks only แล้วคลิ๊ก Close ครับ




เสร็จแล้วลองมาดู icon ของเรา ใกล้จะ work แล้วครับ ขอ double click ไปที่ icon นี้อีกทีครับ




ที่หน้าต่างนี้ เราจะมาเซ็ท Properties กันครับ คลิ๊กปุ่ม Properties ได้เลยยยย




ให้ scroll down ลงมา แล้วคลิ๊กทีนึงที่ Internet Protocol (TCP/IP) ต่อไปคลิ๊ก Properties ครับ




มาถึงหน้าเซ็ทค่า IP Address




กรอกลงไปตามรูปเลยครับ พอเสร็จแล้วให้คลิ๊ก OK ครับ



Yes! เสร็จแล้วครับ Wireless LAN แบบ Ad-Hoc ของเรา

LAN เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์2เครื่อง


การเชื่อมต่อแลน 2 เครื่องไม่ต้องใช้ ฮับ การเซ็ตค่า

1. เครื่องที่ 1 -คลิกขวา my Network pless > Properties -คลิกขวา ไอค่อนรูปคอมฯ
2 เครื่อง(locel Area connection) > Properties -General ติ๊กวงกลม Use the following IP addess - IP addess 192.168.1.1 - Supnetmask 255.255.255.0
*Alternate Configuretion - ติ้กวงกลม Use configured - IP address 192.168.1.1 - Supnet mask 255.255.255.0 2. เครื่องที่ 2 ก็ทำเหมือนกัน แต่เปลี่ยน IP address เป็น - IP address 192.168.1.2 -Supnetmask 255.255.255.0


วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555



                               


สมาร์ทีวี

                                                                   คุณสมบัติ

เทคโนโลยี Smart Interaction ช่วยให้คุณควบคุมทีวีได้อย่างง่ายโดยไม่ต้องกดปุ่ม คุณสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เช่น การเปิด / ปิดทีวี การเปลี่ยนช่อง การเข้าโปรแกรมต่างๆ และเข้าเว็บ  กล้องแบบในตัวพร้อมการจดจำใบหน้าจะช่วยให้คุณล็อกออนเข้าสู่ Smart Hub และบัญชีส่วนตัวของคุณได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ ID หรือรหัสผ่าน สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการโต้ตอบกับทีวี                                                                  

พอร์ตเชื่อมต่อ ช่องเชื่อมต่อเสาอากาศทั่วไป และ Component in/AV In 1 และช่อง RJ45 หรือสานแลน




ช่องอัปเกรด 

แว่น 3D

Remote


Smart Hut 

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555


                                                                               

            

            Optimus                      L5 dual  E615    Android เวอร์ชั่น 4.0 Ice Cream Sandwich
            Optimus                      L3    E405           Android เวอร์ชั่น 2.3.6 Gingerbread   
            QUANTUM                  C900                    Windows Phone เวอร์ชั่น 7
            Optimus                      L7                       Android เวอร์ชั่น 4.0.3 Ice Cream Sandwich
            Prada                         3.0                       Android เวอร์ชั่น 2.3 Gingerbread 
            Optmus net Dual          P698F                  Android เวอร์ชั่น 2.3.4 Gingerbread 
            Optimus  pad                                         Android เวอร์ชั่น 3.0 Honeycomb
            Android                       GT540                 Android เวอร์ชั่น 1.6 Donut
            P350                                                                      ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.2 FROYO